24 ตุลาคม 2565

การเรียนครั้งที่ 16

 การเรียนครั้งที่ 16

     วันนี้อาจารย์พูดเกี่ยวกับแนวข้อสอบ เเละจะต้องเตรียมอะไรมาบ้าง เเล้วก็นัดเเนะงานที่ทำทั้งหมดจะส่งวันไหนให้ครบ ส่วนคนที่ไม่มาอาทิตย์ที่แล้ว ให้ตามสอบเก็บคะแนนเกี่ยวกับการร้องเพลงและการจำลองสถานการณ์




 ***นางสาวอทิตยา สนามดี เลขที่ 8 รหัสนักศึกษา : 6511204619***

การเรียนครั้งที่ 15

 การเรียนครั้งที่ 15



          วันนี้อาจารย์ให้เราเขียนว่าทั้งหมดที่เราเรียนมาได้อะไรบ้าง ชอบหรือไม่ชอบอะไร เนื้อหาที่เราได้สามารถนำไปใช้ได้อยากไรบ้าง พอทำเสร็จอาจารย์ก็บรรยายเเล้วก็ให้ร้องเพลงของเด็กพร้อมออกท่าทาง หลังจากนั้นก็ให้สอบร้องเพลง เราเลือก โรงเรียนของเราน่าอยู่ พอสอบร้องเพลงเสร็จอาจารย์ให้จับคู่กับเพื่อนเเล้วเเสดงบทบาท สร้างสถานการณ์ที่ทำอะไรให้เด็กสามารถเรียนรู้ได้กับสถานการณ์นั้นๆ



  ***นางสาวอทิตยา สนามดี เลขที่ 8 รหัสนักศึกษา : 6511204619***


การเรียนครั้งที่ 14

การเรียนครั้งที่ 14


          อาจารย์ให้จับกลุ่ม 4 คนเเล้วก็หาขอมูลตามที่อาจารย์บอก ทุกคนก็เเบ่งกันหาของเเต่ละคนในเรื่องพัฒนาการของเด็กปฐมวัย ได้ความรู้เกี่ยวกับพัฒนาของเด็กปฐมวัยในด้านต่างๆ มีทั้งด้านสังคม 
ด้านอารมณ์เเละจิตใจ ด้านสติปัญญา ด้านร่างกาย ได้ข้อมูลดังภาพ


 ***นางสาวอทิตยา สนามดี เลขที่ 8 รหัสนักศึกษา : 6511204619***

การเรียนครั้งที่ 13

 การเรียนครั้งที่ 13


3R

Reading-อ่านออก

(W)Riting-เขียนได้

(A)Rithmatic-มีทักษะในการคำนวณ


8C

Critical Thinking and Problem Solving : มีทักษะในการคิดวิเคราะห์ การคิดอย่างมีวิจารณญาณ และแก้ไขปัญหาได้

Creativity and Innovation : คิดอย่างสร้างสรรค์ คิดเชิงนวัตกรรม

Collaboration Teamwork and Leadership : ความร่วมมือ การทำงานเป็นทีม และภาวะผู้นำ

Communication Information and Media Literacy : ทักษะในการสื่อสาร และการรู้เท่าทันสื่อ

Cross-cultural Understanding : ความเข้าใจความแตกต่างทางวัฒนธรรม กระบวนการคิดข้ามวัฒนธรรม

Computing and ICT Literacy : ทักษะการใช้คอมพิวเตอร์ และการรู้เท่าทันเทคโนโลยี ซึ่งเยาวชนในยุคปัจจุบันมีความสามารถด้านคอมพิวเตอร์และเทคโนโลยีอย่างมากหรือเป็น Native Digital ส่วนคนรุ่นเก่าหรือผู้สูงอายุเปรียบเสมือนเป็น Immigrant Digital แต่เราต้องไม่อายที่จะเรียนรู้แม้ว่าจะสูงอายุแล้วก็ตาม

Career and Learning Skills : ทักษะทางอาชีพ และการเรียนรู้

Compassion : มีคุณธรรม มีเมตตา กรุณา มีระเบียบวินัย ซึ่งเป็นคุณลักษณะพื้นฐานสำคัญของทักษะขั้นต้นทั้งหมด และเป็นคุณลักษณะที่เด็กไทยจำเป็นต้องมี

  

***นางสาวอทิตยา สนามดี เลขที่ 8 รหัสนักศึกษา : 6511204619***


26 กันยายน 2565

การเรียนครั้งที่ 12

 การเรียนครั้งที่ 12

สรุปการพัฒนามนุษย์ให้มีคุณภาพมี 2 ปัจจัย คือ

1. ปัจจัยด้านพันธุกรรม กำหนดขีดความสามารถและแนวโน้มของการพัฒนา
2. ปัจจัยด้านสภาพแวดล้อม  มีอิทธิพลหลายอย่างเช่นโภชนาการ ความสัมพันธ์ในครอบครัวเศรษฐกิจและสังคมของครอบครัวขนบธรรมเนียมประเพณีวัฒนธรรม รูปแบบการเลี้ยงดู 

พัฒนาการของเด็กที่ว่าดี ต้องเริ่มต้นจากครอบครัว ไม่ว่าจะเป็นการเลี้ยงดูการปลูกฝังค่านิยม ความรัก คุณค่าของชีวิต เด็กจะดีต้องมีการฝึกสอนใน ด้านคุณธรรม การมีระเบียบวินัยความรับผิดชอบต่อหน้าที่ การเสียสละและเห็นผลประโยชน์ส่วนรวมมากกว่าส่วนตน

ในคริสตศักราช 1967 ได้ศึกษาเด็กก่อนวัยเรียนและผู้ปกครองของเด็กโดยสังเกตพฤติกรรมของเด็กทั้งในโรงเรียนและที่บ้าน ด้วยสามารถแบ่งออกเป็น 2 มิติ
1. มิติควบคุมหรือเรียกร้องจากบิดามารดา บิดาบางคนมีมาตรฐานกำหนดไว้ เช่นมาตรฐานสูง  จะมีการกำหนดให้เด็กมีมาตรฐานที่สูงขึ้น แต่ถ้าไม่มีมาตรฐานที่สูงเด็กก็จะไม่มีความพยายาม
2.มิติการตอบสนองความรู้สึกของเด็ก  บิดามารดาบางคนตอบสนองเด็กและยอมรับเข้าใจตอบสนองความต้องการของเด็กด้วยดี

Baumrind เขาได้ผสมผสาน 2 มิติดังกล่าวและจัดรูปแบบของการอบรมเลี้ยงดูเป็น 3 รูปแบบดังนี้
1 รูปแบบการอบรมเลี้ยงดูแบบเอาใจใส่ ผู้ปกครองได้มีการสนับสนุนให้เด็กมีพัฒนาการวุฒิภาวะของเด็กโดยอนุญาตและให้เด็กมีอิสระตามควรแก่วุฒิภาวะในขณะเดียวกันผู้ปกครองก็กำหนดขอบเขตพฤติกรรมของเด็กที่พอดี ในขณะเดียวกันผู้ปกครองให้ความรักความอบอุ่นเอาใจใส่ต่อเด็กเปิดโอกาสให้เด็ก
2.รูปแบบการอบรมเลี้ยงดูแบบควบคุม มีการกำหนดเกณฑ์อย่างเข้มงวดเด็กไม่มีการตอบสนองความต้องการของเด็กโดยตรงผู้ปกครองมักมีการเข้มงวด
3.รูปแบบการอบรมเลี้ยงดูแบบตามใจ  ผู้ปกครองจะตามใจเด็กปล่อยเด็กไม่มีขอบเขตกำหนดบิดามารดาจะให้ความอบอุ่นและตอบสนองความต้องการของเด็กเสมอ
4.รูปแบบการอบรมเลี้ยงดูแบบทอดทิ้ง ผู้ปกครองจะไม่ให้ความสนใจหรือตอบสนองความต้องการของเด็กเพิกเฉยปฏิเสธ 

การพัฒนาแบบสำรวจรูปแบบการอบรมเลี้ยงดูตามแนวคิดของ Baumrind ในไทย
ได้มีการวิจัยใหม่ในพ.ศ 2528-2542 โดยมีทั้งหมด 99 ข้อซึ่งประกอบด้วยข้อกระทงที่ประเมินรูปแบบการอบรมเลี้ยงดู 4 รูปแบบโดยแต่ละรูปแบบประกอบด้วยลักษณะคำสำคัญ 8 ประการ
1 รูปแบบการเลี้ยงดูแบบเอาใจใส่
1 เรียกร้องพฤติกรรมที่เหมาะสมกับวัย 
2 กำหนดกฎระเบียบและวินัย 
3 กระตุ้นให้ปฏิบัติตามกฎ 
4 อบอุ่นรักสนับสนุน 
5 มีการสื่อสาร 2 ทางที่ชัดเจน 
6 ส่งเสริมให้เป็นตัวของตัวเองและพึ่งตนเอง
7เสร็จเคารพในสิทธิทั้งของพ่อแม่และเด็ก 
8 ให้รางวัลมากกว่าการลงโทษ
2 รูปแบบการอบรมเลี้ยงดูแบบควบคุม
1 เรียกร้องมาก
2 ตั้งมาตรฐานชัดเจน 
3 ให้ความสำคัญในการเชื่อฟัง 
4 ให้ความอบอุ่นน้อย
5 ไม่สนับสนุนการสื่อสาร 2 ทาง 
6 จำกัดความเป็นอิสระและความเป็นตัวของเด็กเอง 
7 อคติตามความต้องการของพ่อแม่ 
8 ข่มขู่และลงโทษ
3 รูปแบบการอบรมเลี้ยงดูแบบตามใจ
1 หลีกเลี่ยงการเรียกร้อง 
2 มีข้อกำหนดและกฎเกณฑ์น้อย 
3 อดทนและยอมรับพฤติกรรมไม่เป็นไปตามวัยไม่ขัดใจ 
4 ให้ความอบอุ่นพอประมาณและเกี่ยวข้องน้อย
5เด็กมีบทบาทในการสื่อสารมากกว่าพ่อแม่ 
6 ยอมรับการตัดสินใจที่ปราศจากความรับผิดชอบและความไม่มีวุฒิภาวะของเด็ก 
7 ลำเอียงเข้าข้างเด็ก 
8 ลงโทษน้อย
4 รูปแบบการอบรมเลี้ยงดูแบบทอดทิ้ง
1 ไม่เรียกร้อง 
2 ไม่มีกฎเกณฑ์และไม่ใส่ใจ 
3 ทอดทิ้งปฏิบัติไม่ดี 
4 ห่างเหินทางอารมณ์ 
5 มีการสื่อสารน้อย 
6 ให้เด็กมีอิสระโดยไม่มีการสนับสนุนจากพ่อแม่ 
7 ความต้องการของพ่อแม่เป็นใหญ่
8 ทำร้ายร่างกายและจิตใจ

งานวิจัยเกี่ยวกับรูปแบบการอบรมเลี้ยงดูตามแนวคิดของ Baumrind
1 รูปแบบการอบรมเลี้ยงดูกับการปรับตัว
ต่างประเทศ
การอบรมแบบเอาใจใส่มีความสัมพันธ์การปรับตัวที่ดีของเด็กและวัยรุ่นมากที่สุดในขณะที่การเลี้ยงดูแบบโทษทิ้งมีการปรับตัวไม่ดีกับเด็กและวัยรุ่น
ประเทศไทย
ตกลงเลี้ยงดูแบบเอาใจใส่มีการปรับตัวด้านครอบครัวได้ดีกว่า มีลักษณะคล้ายกับการวิจัยต่างประเทศ
2 รูปแบบการอบรมเลี้ยงดูกับพฤติกรรมทางสังคม
ต่างประเทศ
-แบบการเอาใจใส่จะมีความสัมพันธ์ที่ดีทางสังคมให้ความร่วมมือมีความคิดสร้างสรรค์มีความเป็นผู้นำ
-แบบควบคุมมีรูปที่โกรธง่ายก้าวร้าวไม่มีความเป็นผู้นำไม่เป็นตัวของตัวเอง
-แบบตามใจเด็กจะมีความสามารถทางสังคมต่ำ 
-แบบทอดทิ้งพบว่าเด็กจะมีปัญหาด้านการเรียนปัญหาพฤติกรรม เช่น ติดยาเสพติด
ประเทศไทย
เพชรรัตน์ จันทศ แบบดูแลเอาใจใส่มีพฤติกรรมให้ความร่วมมือสูง

กตัญชลี ณรงค์ราช วิจัยวัยรุ่นที่ทำความผิดตามกฎหมายจะมีตัวแปร 6 ตัวแปรคือ 
1 ระดับการศึกษา 
2 รายได้ครอบครัว 
3 การคบเพื่อน 
4 การอบรมเลี้ยงดูแบบทอดทิ้ง 
5 อบรมเลี้ยงดูแบบตามใจ 
6 พ่อแม่อยู่ร่วมกัน

พัชราวลัย ศิลป การวิจัยของเด็กมปลายโดยมีตัวแปร 4 ตัวแปรคือ
1 การอบรมเลี้ยงดูแบบเอาใจใส่
2 การอบรมเลี้ยงดูแบบใช้อำนาจควบคุม 
3 เพศ 
4 การรับรู้ข่าวสารประชาธิปไตย

สรุปคือการวิจัยทั้งต่างประเทศและในประเทศไทยมีลักษณะสอดคล้องกัน

3 รูปแบบการอบรมเลี้ยงดูกับอารมณ์
การเลี้ยงดูแบบเอาใจใส่จะมีความมั่นคงทางอารมณ์มีเหตุผลหนักแน่นควบคุมและปรับตัวได้ดีเฉลียวฉลาดทางอารมณ์
การอบรมเลี้ยงดูกับความวิตกกังวลมักพบในกลุ่มที่ได้รับการเลี้ยงดูแบบควบคุมมีความวิตกกังวลสูงกว่ากลุ่มที่ได้รับการเลี้ยงดูแบบเอาใจใส่
การอบรมเลี้ยงดูแบบเอาใจใส่มีพฤติกรรมการคิดถึงบ้านโดยมีอารมณ์คิดถึงบ้านรุนแรงกว่านักเรียนที่เลี้ยงดูแบบควบคุม
การเลี้ยงดูแบบทอดทิ้งมักมีการคิดถึงบ้านมากกว่าการเลี้ยงดูแบบเอาใจใส่

สรุปการวิจัยทางต่างประเทศและในประเทศไทยมีการสอดคล้องกัน

4 รูปแบบการอบรมเลี้ยงดูกับการกำกับตัวเอง
แบบการอบรมเอาใจใส่พบว่ามีการให้ความรักและสนับสนุนให้ความอบอุ่น
แบบควบคุมและแบบตามใจมีการเรียนรู้แบบกำกับตัวเองสูงกว่านักเรียนที่ได้รับการอบรมเลี้ยงดูแบบทอดทิ้ง

5 รูปแบบการอบรมเลี้ยงดูกับอัตมโนทัศน์
การวิจัยวัยรุ่นตอนกลางมีตัวแปร 3 ตัวจาก 6 ตัว
หนึ่งยอมรับของกลุ่มเพื่อน
2 รูปลักษณ์ทางกาย
3 ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน

ส่วนอีก 3 ตัวแปรที่ไม่สัมพันธ์กับอัตมโนทัศน์ของวัยรุ่นตอนกลาง
1 เพศ 
2 สถานะเศรษฐกิจและสังคม 
3 รูปแบบการเลี้ยงดู



***นางสาวอทิตยา สนามดี เลขที่ 8 รหัสนักศึกษา : 6511204619***

19 กันยายน 2565

การเรียนครั้งที่ 11

 การเรียนครั้งที่ 11


วันนี้เตรียมอุปกรณ์มาทำสื่อ มีอุปกรณ์ ดังนี้

1.ขวดน้ำ

2.กระดาษสี

3.กรรไกร

4.กาวสองหน้า

5.เชือก

6.หลอด

7.ตะเกียบ

          ของเล่นที่ทำกันก็คือ หุ่นเชิด ทุกคนช่วยการทำ ตัดกระดาษสี เเปะตามรูป ใช้เชือกร้อยเข้ากับหลอด ตกเเต่งให้สวยงาม ได้ม้าหุ่นเชิดตามภาพ



***นางสาวอทิตยา สนามดี เลขที่ 8 รหัสนักศึกษา : 6511204619***





12 กันยายน 2565

การเรียนครั้งที่ 10

 การเรียนครั้งที่ 10



ออกเเบบการทำสื่อของเล่นจากขวดน้ำ ในกลุ่มมี 4 คน ช่วยกันคิดทำสื่อของเล่นเด็ก 1-3 ขวบ 

สำหรับ 1 ขวบ เราก็ได้สื่อของเล่น คือ พายุทอร์นาโด

สำหรับ 2 ขวบ เราก็ได้สื่อของเล่น คือ กังหันลม

สำหรับ 3 ขวบ เราก็ได้สื่อของเล่น คือ หุ่นเชิด

พอได้เเบบ ก็เลือกมา 1 อย่างที่จะทำ เราก็เลือก หุ่นเชิด เเล้วอาทิตย์ต่อไปก็เตรียมของมาทำ



***นางสาวอทิตยา สนามดี เลขที่ 8 รหัสนักศึกษา : 6511204619***


06 กันยายน 2565

การเรียนครั้งที่ 9

การเรียนครั้งที่ 9



     วันนี้อาจารย์ให้เข้าเเถว เเละทำกิจกรรมให้จิตใจสงบ เเละอาจารย์ก็ร้องเพลงให้ฟัง เพลงเกี่ยวกับการสอนให้เด็กได้รู้จักการเข้าเเถว โดยการใช้เสียงร้องเพลงให้เด็กเข้าเเถวด้วยความเร็วขึ้นเเละไม่วุ่นวาย เสร็จจากเข้าเเถวก็เข้ากลุ่มเดิมจากครั้งที่เเล้ว นำงานจากครั้งที่เเล้วมาทำลงในกระดาษที่อาจารย์ให้ สรุปย่อให้น้อยกว่าเดิม ตามความเข้าใจของเรา ทำเป็นมายเเมพ เเก้ไปหลายรอบมาก เเต่ก็ได้ส่งตามที่อาจารย์ต้องการ 


***นางสาวอทิตยา สนามดี เลขที่ 8 รหัสนักศึกษา : 6511204619***


30 สิงหาคม 2565

การเรียนครั้งที่ 8

การเรียนครั้งที่ 8

     อาจาร์ให้เเบ่งกลุ่ม กลุ่มเรามี 4 คน ให้สรุปพัฒนาการของปฐมวัยตั้งเเต่เกิดจนถึงอายุ 3 ปี เเละกิจกรรมที่เด็กสามารถสามารถทำได้ในช่วงวัยนั้น สรุปลงในกระดาษเเผ่นใหญ่เเละตกเเต่งให้สวยงาม เราก็เเบ่งหน้าที่กันทำ ต่างคนต่างช่วยกันทำ ฉันได้รับมอบหมายให้ตกเเต่ง เเละเขียนบ้างบางส่วน เเละงานก็เสร็จภายในเวลาพอดี



***นางสาวอทิตยา สนามดี เลขที่ 8 รหัสนักศึกษา : 6511204619***

22 สิงหาคม 2565

การเรียนครั้งที่ 7

 การเรียนครั้งที่ 7



          พอได้ชิ้นงาน จากครั้งที่เเล้วช่วยกันทำ ก็มาอัดคลิปส่ง โดยการเเบ่งกันรายงานพัฒนาการของเด็กปฐมวัย มีดังนี้





***นางสาวอทิตยา สนามดี เลขที่ 8 รหัสนักศึกษา : 6511204619***


15 สิงหาคม 2565

การเรียนครั้งที่ 6

การเรียนครั้งที่ 6

        วันนี้อาจารย์ไม่เข้าสอนเเต่ให้นักศึกษาทำงานที่ครั้งที่เเล้วอาจารย์ได้สั่งไว้ เราก็มารวมกลุ่มกับเพื่อนๆ เพื่อที่จะทำงานกลุ่ม กลุ่มเราได้หัวข้อ พัฒนาการของเด็กปฐมวัย ก็ได้รวมรวบข้อมูลกันมาพอสมควร พอได้ข้อมูลก็จะนำมาลงเก็บไว้ก่อน เเล้วค่อยเอามาใส่สไลด์ เเละเรียบเรียงเพื่ออัดคลิปส่งค่ะ วันนี้ก็เป็นเเค่การรวบรวมงานไว้ก่อนค่ะ 





***นางสาวอทิตยา สนามดี เลขที่ 8 รหัสนักศึกษา : 6511204619***















08 สิงหาคม 2565

การเรียนครั้งที่ 5

การเรียนครั้งที่ 5

     วันนี้อาจารย์ให้ทำมายเเมพเกี่ยวกับเด็กปฐมวัย มี 8 หัวข้อที่เเยกออกมา ได้เเก่ อายุ พัฒนาการของเด็กปฐมวัย วิธีการเรียนรู้ของเด็ก ทฤษฎีที่เกี่ยวกับเด็กปฐมวัย หลักการอบรมเลี้ยงดู สภาพเเวดล้อมที่เหมาะสม สื่อในการส่งเสริมการเรียนรู้ การประเมิน กิจกรรมนี้ทำให้ได้รู้เกี่ยวกับเด็กปฐมวัยเยอะเเยะมากมาย ได้ทราบว่าเด็กปฐมวัยวิธีการเรียนรู้เเบบไหนยังไงบ้าง สภาพเเวดล้อมก็เป็นเรื่องสำคัญที่จะทำให้เด็กมีพัฒนาการที่ดีขึ้น
     ต่อไปอาจารย์ก็ให้เเบ่งกลุ่มเลือกจาก 8 หัวข้อนั้นออกมากลุ่มละ 1 ข้อ กลุ่มดิฉันก็ได้เลือกเรื่องพัฒนาการของเด็กปฐมวัย ประชุมกันได้ว่า พัฒนาการของเด็กปฐมวัยมี 4 ด้าน ก็เเบ่งกันทำคนละด้านเลยค่ะ เพราะมี 4 คนพอดี




***นางสาวอทิตยา สนามดี เลขที่ 8 รหัสนักศึกษา : 6511204619***




        





01 สิงหาคม 2565

สรุปการเรียนรู้

สรุปการเรียนรู้การอบรมเลี้ยงดูเเละพัฒนาการของเด็กปฐมวัย

        การอบรมเลี้ยงดูเด็กปฐมวัยนั้น มีจุดมุ่งหมายสูงสุด คือ ต้องการเห็นเด็กเจริญเติบโตเป็นผู้ใหญ่ที่มีอนาคตรุ่งเรือง มีความสุขและความสำเร็จในชีวิต ปัจจัยที่เป็นเหตุที่ทำให้เกิดผลดังกล่าวนั้นมีมากมายหลายประการด้วยกัน หากแต่องค์ประกอบที่สำคัญยิ่ง คือ ครอบครัว เพราะไม่ว่าจะเชื้อชาติใด วัฒนธรรมหรือศาสนาใด การเจริญเติบโตของเด็กทั้งทางร่างกายและจิตใจ ต่างก็มีรากฐานมาจากประสบการณ์ภายในครอบครัวของตนเองทั้งสิ้น


        วัยแรกของชีวิต เป็นวัยที่เด็กมีการเจริญเติบโตอย่างรวดเร็ว ทั้งทางร่างกายจิตใจและอุปนิสัย ถ้าพ่อแม่ต้องการให้เด็กเป็นเด็กดี ก็ต้องปลูกฝังอุปนิสัยหรือสอนกันตั้งแต่ตอนอายุ 6 – 7 ปี  พ่อแม่จึงเป็นบุคคลสำคัญยิ่งในการกำหนดทิศทางการพัฒนาของเด็กนอกจากการสอนหรืออบรมสิ่งที่ดีและการเป็นตัวอย่างที่ดีแก่เด็กแล้ว สิ่งที่พ่อแม่มักมองข้ามคือ ท่าทีของพ่อแม่ที่แสดงต่อเด็ก ซึ่งเป็นประสบการณ์ตรงที่เด็กได้รับไม่ว่าจะเป็นประสบการณ์ทางบวกหรือลบ วัยแรกของชีวิตเป็นวัยที่ละเอียดอ่อน จำเป็นที่แม่ต้องเรียนรู้ และให้ความสนใจเด็กมากเป็นพิเศษ

        

        การอบรมเลี้ยงดูแบบให้ความรักความอบอุ่นแบบประชาธิปไตย เป็นการอบรมเลี้ยงดูลูก ซึ่งได้แก่ ความรัก ความเอาใจใส่ ความเข้าใจ ต้องใช้เหตุผลกับลูกให้ลูกรู้สึกว่าได้รับการปฏิบัติด้านความยุติธรรม และไม่ใช้เพียงแต่ให้ความรักอย่างเดียว ต้องให้ความสำคัญแก่ลูก โดยถือว่าลูกคือส่วนสำคัญต่อครอบครัว

        

        การอบรมเลี้ยงดูเด็กปฐมวัย เป็นเรื่องสำคัญอย่างยิ่งต่อพ่อแม่และผู้เลี้ยงดูเด็ก พ่อแม่จำเป็นต้องมีหลักการ และความรู้ในการเลี้ยงดูที่ถูกต้อง มีวิธีการส่งเสริมพัฒนาการด้านต่างที่ได้ผล เพื่อให้เด็กปฐมวัยมีพัฒนาการที่ดีทั้งทางด้านร่างกาย อารมณ์ สังคม และสติปัญญา




***นางสาวอทิตยา สนามดี เลขที่ 8 รหัสนักศึกษา : 6511204619***